ผู้เขียน หัวข้อ: อาชญากรรมการรบกวนหรือ Jammer ระบบรีโมท  (อ่าน 11074 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

adminlostcar

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 23
    • ดูรายละเอียด
ย่านความถี่ของรีโมทรถยนต์ ในปัจจุบัน รีโมทรถยนต์นิยมใช้อยู่ 2 ความถี่ คือ 315 และ 433 MHz (บางประเทศกำหนดให้ใช้ย่าน 330MHz) เพื่อป้องกันการรบกวนย่านความถี่วิทยุต่างๆส่วนการทำงานของรีโมทรถยนต์จะผสมรหัสเข้ากับคลื่นวิทยุ จึงทำ ให้การส่งสัญญาณของรีโมทไปได้ไกล ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งกีดขวางก็สามารถส่งการควบคุมได้

-ย่านความถี่กับยี่ห้อรถในส่วนของย่านความถี่กับยี่ห้อรถ ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ารถยี่ห้อไหนใช้ความถี่ย่านใด เนื่องจากยี่ห้อรถยนต์แต่ละยี่ห้้อมีหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นใช้ย่านความถี่ต่างกัน หรืออาจจะใช้ทั้งสอง ย่านความถี่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร้านหรือตัวแทนที่ติดตั้งรวมถึงราคาของตัวรีโมทด้วย เพราะทั้ง 2ย่าน
ความถี่นี้ราคาต่างกัน โดยย่าน 315MHz จะมีราคาที่แพงกว่า ย่าน 433MHz
หมายเหตุ *ในกรณีของพวกอาชญากรรมที่ใช้จะใช้เครื่อง Jammer ที่สามารถหาซื้อได้ตามเวปทั่วไปที่สามารถ แจมได้ทั้ง 2 ย่านความถี่พร้อมกันดังรูปที่1
   
รูปที่1

ผลจากเครื่องตัดสัญญาณรีโมทรถยนต์ในขณะกดรีโมทเพื่อล็อค

1 ทำ ให้ประตูรถยนต์ไม่ล็อค ทำ ให้คนร้ายสามารถเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าได้หรือสามารถโจรกรรมรถยนต์ของเราก็ได้
2 ไม่มีสัญญาณไฟกระพริบตอบรับหลังจากกดรีโมท ถ้าเราไม่สังเกตก็จะไม่รู้ว่ารถยนต์ของเราล็อคหรือไม่ล็อค
3 ไม่มีเสียงตอบรับหลังจากการกดรีโมท ก็จะทำ ให้เราไม่รู้อีกเช่นเดียวกับ ข้อ 1 และ ข้อ 2

ผลจากเครื่องตัดสัญญาณรีโมทรถยนต์ในขณะกดรีโมทเพื่อปลดล็อค

1 มีเสียงสัญญาณกันขโมยดังขึ้นเอง (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อสัญญาณกันขโมย)
2 ทำ ให้ประตูรถไม่ปลดล็อคจากนั้น เมื่อต้องการใช้รถ เราก็จะต้องเอากุญแจไปเปิดประตูรถทำ ให้สัญญาณกันขโมยทำ งาน ซึ่งเกิดจากตัวสัญญาณกันขโมยของเราก็ยังทำงานอยู่นั้นเอง
2 ไม่มีสัญญาณไฟกระพริบ
3 ไม่มีเสียงตอบรับหลังจากการกดรีโมท

วิธีป้องกัน

1 ตรวจสอบด้วยสายตาจากการดูสัญญาณไฟกะพริบ
2 เช็คด้วยการฟังเสียงสัญญาณ จากตัวรถ
3 เช็คด้วยการเปิ ดประตูด้วยตัวเองให้แน่ใจว่ารถล็อคแล้ว
4 ใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณรีโมท ดังรูปที่2

   

รูปที่ 2